คดีเกี่ยวกับการสิ้นสุดของความเป็นรัฐมนตรี
01/11/2021Highlight
- รัฐธรรมนูญบัญญัติเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเอาไว้
- หากมีข้อสงสัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง สามารถส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
- หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ารัฐมนตรีมีกรณีตามที่ถูกร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ “หยุดปฏิบัติหน้าที่” จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย และกรณีที่ศาลมีคำวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ให้รัฐมนตรีผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่ “วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่” แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ทำไปแล้วก่อนพ้นจากตำแหน่ง
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (3) ประกอบมาตรา 170
คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 35 คน มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากบุคคลที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ จากนั้นนายกรัฐมนตรีก็จะเลือกสรรบุคคลให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติถึงเหตุที่จะทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงไว้ด้วย และหากมีข้อสงสัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของรัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็สามารถส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
ผู้มีสิทธิเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ได้แก่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยรัฐธรรมนูญบัญญัติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ นอกจากนี้ กรณีที่ กกต. เห็นว่าความเป็นรัฐมนตรีของรัฐมนตรีคนหนึ่งคนใดสิ้นสุดลง ก็สามารถส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เช่นกัน
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังบัญญัติด้วยว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ารัฐมนตรีมีกรณีตามที่ถูกร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย และหากท้ายที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง รัฐธรรมนูญบัญญัติให้รัฐมนตรีผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่ “วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่” อย่างไรก็ดี คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนี้จะไม่กระทบต่อบรรดากิจการที่รัฐมนตรีผู้ถูกร้องได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง
ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เคยมีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงมาแล้ว ดังที่ปรากฏในคำวินิจฉัยที่ 7/2562 ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดย กกต. เป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สืบเนื่องจากผู้ถูกร้องได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 และปรากฏข้อเท็จจริงว่า คู่สมรสของรัฐมนตรีท่านนี้ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 800 หุ้น เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 จึงมีปัญหาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการขัดกันแห่งประโยชน์ซึ่งจะส่งผลให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
คดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการผลิตปูนซิเมนต์และสินค้าวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ โดยได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่จากกระทรวงอุตสาหกรรม บริษัทดังกล่าวจึงเป็นบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ เมื่อคู่สมรสของรัฐมนตรีผู้ถูกร้องเข้าถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวหลังจากที่ผู้ถูกร้องเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว กรณีดังกล่าวจึงเป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และส่งผลให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง
จะเห็นได้ว่า เมื่อรัฐมนตรีเข้าสู่ตำแหน่งไปแล้ว อาจมีเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงได้ โดยเฉพาะกรณีที่รัฐมนตรีผู้นั้นขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ หรือกระทำการบางอย่างอันมีลักษณะเป็นการขัดกันแห่งประโยชน์ หากมีข้อสงสัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ ก็สามารถส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ทั้งนี้ เพื่อให้รัฐมนตรีที่เข้าไปบริหารราชการแผ่นดินเป็นผู้ที่มีคุณลักษณะตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้นั่นเอง
More Information
- อ่านบทความเต็มเรื่อง "คดีเกี่ยวกับการสิ้นสุดของความเป็นรัฐมนตรี"
- ติดตามเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้ทุกช่องทาง
- LINE Official Account สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: @occ_th
- เว็บไซต์ สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: www.constitutionalcourt.or.th
- #ศาลรัฐธรรมนูญ #สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ






Login with facebook
Login with google